ความเป็นเลิศทางวิศวกรรม
สัมผัสนวัตกรรมวิศวกรรมเยอรมันที่ทำให้ TunnelTech เป็นมาตรฐานระดับโลก ทั้งในด้านสมรรถนะ ประสิทธิภาพพลังงาน และความน่าเชื่อถือในการใช้งาน
ห้องบิน (Flight Chamber)
หัวใจสำคัญของประสบการณ์การบิน - ด้วยการออกแบบนวัตกรรมใหม่เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายสูงสุดของผู้ใช้งาน
- •ตาข่ายนิรภัยนวัตกรรมใหม่ ผลิตจากเคเบิลเหล็กแรงต้านลมต่ำ ช่วยดูดซับแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยมโดยเฉพาะบริเวณขอบรอบนอก
- •ทางเข้าบุวัสดุกันกระแทกเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ และช่วยรักษากระแสลมภายในห้องบินให้สม่ำเสมอ
- •ส่วนกระจกทรงกรวยไร้กรอบเอกลักษณ์เฉพาะของ TT ช่วยเพิ่มพื้นที่การบินที่มองเห็นได้ถึง 2 เท่า
- •กระจกนิรภัยหลายชั้นทรงโค้งกลมสมบูรณ์แบบ ช่วยดูดซับเสียงและทำให้กระแสลมไหลลื่นสม่ำเสมอ แตกต่างจากห้องบินทรงเหลี่ยมทั่วไป
- •ความสูงห้องบินรวม 24 ม. พร้อมส่วนที่เป็นกระจกสูงถึง 8 ม.
- •อัตราการลดความเร็วลม 2.12 เท่า เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในโซนด้านบน

พัดลมแบบแกน (Axial Fans)
ขุมพลังหัวใจสำคัญของ TunnelTech - ผ่านการคำนวณและผลิตด้วยความแม่นยำสูงสุด ด้วยสถิติการใช้งานจริงกว่า 16 ปีและชั่วโมงการทำงานนับล้านชั่วโมงโดยไม่เคยมีความเสียหายหรือต้องเปลี่ยนตลับลูกปืนเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
- •เป็นพันธ มิตรเชิงกลยุทธ์กับ EVG Lufttechnik - ผู้เชี่ยวชาญด้านอากาศพลศาสตร์ที่มีประสบการณ์กว่า 40 ปี
- •ใบพัดคาร์บอนไฟเบอร์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดแรงสั่นสะเทือน
- •ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่และรอบหมุนต่ำ เพื่อการทำงานที่เงียบและลดการสั่นสะเทือน
- •เลือกใช้มอเตอร์ไฟฟ้าจาก ABB หรือ Siemens ที่มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 30 ปี
- •ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดครบวงจร ทั้งการสั่นสะเทือน อุณหภูมิ และระดับน้ำมัน
- •ระบบหล่อลื่นอัตโนมัติ พร้อมชุดขับเคลื่อนความถี่แปรผัน (VFD) แยกอิสระ

ท่อลมคอมโพสิต FRP
เช่นเดียวกับเรือใบชั้นยอดที่ต้องมีรูปทรงเพรียวลมสมบูรณ์แบบ ประสิทธิภาพของอุโมงค์ลมก็ขึ้นอยู่กับการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่แม่นยำ เพื่อนำทางกระแสลมจากพัดลมไปยังห้องบินและไหลเวียนกลับได้อย่างราบรื่นไร้สิ่งกีดขวาง
- •ผลิตด้วยความแม่นยำสูง เพื่อรอยต่อที่เรียบเนียนระหว่างชิ้นส่วนต่างๆ ของอุโมงค์ลม
- •ลดกระแสลมปั่นป่วนบริเวณผนังท่อ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของเสียงรบกวนและการสั่นสะเทือน
- •โครงสร้างแบบแซนด์วิชช่วยดูดซับเสียง แทนที่จะสะท้อนหรือส่งผ่านเสียงออกไป
- •ขจัดปัญหาการสั่นพ้อง (Resonance) ที่มักพบในท่อลมแบบทั่วไป
- •ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน Darcy-Weißbach ต่ำที่สุดในอุตสาหกรรม (0.185)
- •รองรับการติดตั้งในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดเข้มงวด เช่น ภายในศูนย์การค้า

ใบปรับทิศทางลม (Turning Vanes)
หัวใจสำคัญของประสิทธิภาพอุโมงค์ลม งานวิจัยจาก NASA ชี้ให้เห็นว่าการสูญเสียพลังงานในอุโมงค์ลมถึง 30% มีสาเหตุจากการออกแบบใบปรับทิศทางลมที่ไม่ได้มาตรฐาน การเว้นระยะห่างที่ไม่เหมาะสม หรือการติดตั้งที่ผิดวิธี
- •รูปทรงที่ผ่านการคำนวณอย่างแม่นยำ เพื่อการนำทิศทางลมที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
- •การจัดเรียงระยะห่างของใบปรับทิศทางลมอย่างเหมาะสม ช่วยลดการเกิดความปั่นป่วนของกระแสลม
- •ติดตั้งอย่างถูกวิธีเพื่อรีดประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด
- •โครงสร้างภายในแบบกลวง รองรับการติดตั้งระบบระบายความร้อนแบบ Active Cooling
- •มีผลโดยตรงต่อคุณภาพลม – การออกแบบที่ดีช่วยลดความปั่นป่วน (Turbulence) ได้อย่างมีนัยสำคัญ
- •ช่วยประหยัดพลังงานได้สูงสุดถึง 30% ด้วยการออกแบบที่ถูกต้องตามหลักอากาศพลศาสตร์

ระบบระบายความร้อนแบบ Passive (ระบบระบายอากาศ)
ระบบระบายความร้อนแบบ Passive หรือ 'ระบบระบายอากาศ' ช่วยลดต้นทุนพลังงานได้ถึง 30-35% โดยใช้วิธีแลกเปลี่ยนอากาศภายในกับอากาศภายนอก วิธีนี้ช่วยลดความจำเป็นในการติดตั้ง Chiller ซึ่งมีราคาสูง ทั้งยังช่วยตัดค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษาและการลงทุนระบบทำความเย็นขนาดใหญ่ได้
- •หมุนเวียนอากาศบริสุทธิ์จากภายนอกเข้ามาแทนที่อากาศในระบบได้สูงสุด 20%
- •ระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่ออุณหภูมิภายนอกต่ำกว่า 30°C
- •ลดการใช้พลังงานรวมของระบบลงได้ 30-35%
- •ไม่จำเป็นต้องลงทุนติดตั้งระบบ Chiller ที่มีราคาสูง
- •ตัดภาระค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเครื่องทำความเย็น
- •ประหยัดพลังงานได้สูงสุดถึง 60% ด้วยการระบายอากาศโดยตรง
